
ไม่พบข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
| ขนาดหน้าจอ | 10.9 นิ้ว Liquid Retina Display |
| ชิปประมวลผล | ชิป Apple M1 (เน้นประสิทธิภาพสูง) |
| หน่วยความจำ (Storage) | 128GB |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Cellular (รองรับ 5G) |
| กล้องหลัง | กล้อง Wide ความละเอียด 12MP พร้อมระบบ Smart HDR |
| กล้องหน้า | กล้อง Ultra Wide 12MP พร้อมคุณสมบัติ Center Stage |
| พอร์ตการเชื่อมต่อ | USB-C (รองรับการชาร์จเร็วและอุปกรณ์เสริม) |
| สี | Purple (สีม่วง) |
| การรองรับอุปกรณ์เสริม | รองรับ Apple Pencil (2nd Generation) และ Magic Keyboard |
หัวใจสำคัญของ iPad Air รุ่นนี้คือชิป M1 ซึ่งเป็นชิปตัวเดียวกับที่ใช้ใน MacBook Air ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกและงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอ 4K การออกแบบ 3D หรือการเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด สำหรับผู้ที่เลือกใช้รุ่น Wi-Fi + Cellular ความสามารถในการเชื่อมต่อ 5G หมายความว่าคุณสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ที่มีสัญญาณ โดยไม่ต้องพึ่งพา Wi-Fi สาธารณะ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับมืออาชีพที่ต้องเดินทางบ่อย ความจุ 128GB ถือว่าเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เน้นการทำงานเอกสาร คลาวด์ และแอปพลิเคชันทั่วไป
สำหรับ 11-inch iPad Air Wi-Fi + Cellular 128GB สีม่วง นี้ ต้องบอกเลยว่าถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลอย่างแท้จริง กลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาที่ต้องการอุปกรณ์ที่เบาพอสำหรับการพกพาไปมหาวิทยาลัย แต่ทรงพลังพอที่จะรันแอปพลิเคชันจำลองหรือซอฟต์แวร์เฉพาะทางได้ นอกจากนี้ยังเหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม Creative Professionals ที่ต้องทำงานนอกสถานที่ เช่น ช่างภาพหรือนักออกแบบที่ต้องการใช้ Apple Pencil ในการร่างแบบหรือปรับแก้ภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ และที่ขาดไม่ได้คือกลุ่มคนทำงานที่ต้องการมีอุปกรณ์เสริมจาก iPhone เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอการแชร์ฮอตสปอตจากโทรศัพท์มือถือครับ
เมื่อเปรียบเทียบกับ iPad Pro รุ่นใกล้เคียงกัน ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ iPad Air ขาดฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่างจอ ProMotion 120Hz และพอร์ต Thunderbolt/USB 4 ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้งานสายโปรด้านวิดีโอที่ต้องการความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักเรียน การที่ iPad Air ใช้ชิป M1 ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานประจำวันนั้นแทบไม่แตกต่างกันเลย ความคุ้มค่าจึงอยู่ที่การจ่ายเพิ่มเพื่อ 'Cellular' และ 'M1' ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ตรงจุดกว่าการเพิ่มเงินเพื่อไปสู่ iPad Pro หากไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ระดับสูงสุดของจอภาพครับ
11-inch iPad Air Wi-Fi + Cellular 128GB (Purple) คือแท็บเล็ตที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างพลัง ความคล่องตัว และการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุด ด้วยชิป M1 สีสันที่สวยงาม และความสามารถในการใช้งานเครือข่ายเซลลูลาร์ ทำให้มันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของคุณได้ทันที แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่ารุ่นเริ่มต้น แต่การลงทุนในความสามารถในการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการให้แท็บเล็ตเป็น 'คอมพิวเตอร์หลัก' ในการพกพาไปนอกสถานที่ครับ