
ไม่พบข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
| หน้าจอ | Liquid Retina display ขนาด 13 นิ้ว (ใหญ่กว่ารุ่น 11 นิ้ว) |
| ชิปประมวลผล | ชิป Apple M2 พร้อม Neural Engine |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi 6E และรองรับ Cellular (5G) |
| ความจุ | 128GB |
| สี | Space Grey |
| กล้องหลัง | กล้อง Wide ความละเอียด 12MP |
| กล้องหน้า | กล้องหน้า Ultra Wide ความละเอียด 12MP พร้อมคุณสมบัติ Center Stage |
| การรองรับอุปกรณ์เสริม | รองรับ Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard (รุ่น 13 นิ้ว) |
หัวใจสำคัญที่ทำให้ iPad Air 13 นิ้ว รุ่นนี้โดดเด่นคือชิป Apple M2 ซึ่งเป็นชิปที่เคยขับเคลื่อน iPad Pro มาแล้ว ประสิทธิภาพที่ได้จึงเหลือเฟือสำหรับการทำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อวิดีโอ 4K การเรนเดอร์กราฟิก หรือการเล่นเกม AAA ที่ต้องการพลังการประมวลผลสูง นอกจากนี้ การที่มาพร้อมหน้าจอ 13 นิ้ว ทำให้การทำงานแบบ Multitasking ด้วย Split View หรือการใช้ Apple Pencil เพื่อจดโน้ตหรือวาดภาพทำได้สะดวกสบายและเต็มตาขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนความจุ 128GB ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เน้นการสตรีมมิ่งหรือการเก็บเอกสาร แต่สำหรับคนที่เน้นการตัดต่อวิดีโอลงเครื่องอาจต้องพิจารณาความจุที่สูงกว่าเล็กน้อยฟีเจอร์ Wi-Fi + Cellular คือตัวแปรสำคัญที่ยกระดับความสามารถในการทำงานนอกสถานที่ ด้วยการรองรับ 5G ทำให้การดาวน์โหลดข้อมูลหรือการประชุมทางวิดีโอเมื่ออยู่นอกอาคารทำได้อย่างรวดเร็วและเสถียร ไม่ต้องพึ่งพา Wi-Fi สาธารณะอีกต่อไป
ต้องบอกเลยว่า iPad Air 13 นิ้ว Wi-Fi + Cellular 128GB รุ่นนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความต้องการสูงขึ้นแต่ยังคงให้ความสำคัญกับความคล่องตัวเป็นหลัก ก่อนอื่นเลยคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหรือบุคลากรมืออาชีพที่ต้องมีการเดินทางบ่อยครั้ง การมี Cellular ทำให้พวกเขาสามารถตอบอีเมลหรือเข้าถึงคลาวด์ได้ทันทีที่ลงจากรถโดยไม่ต้องรอหา Wi-Fi นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานสร้างสรรค์ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการวาดภาพ หรือการแก้ไขภาพถ่าย/วิดีโอเบื้องต้น ก็จะได้รับประโยชน์จากหน้าจอ 13 นิ้วเต็มตา ซึ่งให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊กขนาดเล็ก แต่ยังคงความเบาและสะดวกในการพกพามากกว่า สรุปง่ายๆ คือ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ‘iPad Pro ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น’ ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อได้ทุกที่ครับ
เมื่อเปรียบเทียบกับ iPad Air 11 นิ้ว รุ่นนี้ได้เปรียบอย่างชัดเจนในเรื่องขนาดหน้าจอและการทำงานแบบ Multitasking แต่ก็มาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่ขึ้นและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนการเปรียบเทียบกับ iPad Pro (ชิป M4) ความแตกต่างหลักๆ จะอยู่ที่เทคโนโลยีหน้าจอ (OLED vs Liquid Retina), การรองรับ ProMotion 120Hz, และจำนวนพอร์ตเชื่อมต่อ ซึ่งถ้าคุณไม่ได้ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดหรือหน้าจอระดับโปรโมชั่นทุกวินาที iPad Air 13 นิ้ว คือตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ (Performance per Baht) ที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยชิป M2 ที่ยังคงทรงพลังอย่างมากสำหรับการใช้งานทั่วไปจนถึงระดับโปรซูเมอร์
iPad Air 13-inch Wi-Fi + Cellular 128GB - Space Grey คือแท็บเล็ตที่มอบสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างขนาดหน้าจอที่ใหญ่สะใจ พลังประมวลผลระดับ M2 และความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ 5G มันคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์ทำงานพกพาที่ใหญ่กว่า iPad mini หรือ 11 นิ้ว แต่ยังไม่อยากขยับไปถึงราคาของ iPad Pro หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอมากขึ้นเพื่อการเรียนรู้และการทำงานนอกสถานที่อย่างแท้จริง หากความจุ 128GB เพียงพอต่อความต้องการของคุณ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าและจะใช้งานได้อย่างราบรื่นไปอีกหลายปีอย่างแน่นอน