รีวิว QNAP TS-664-8G: NAS 6-Bay ประสิทธิภาพสูงสำหรับ SME และ Power User

รีวิว QNAP TS-664-8G: NAS 6-Bay ประสิทธิภาพสูงสำหรับ SME และ Power User

6 มกราคม 2569

เจาะลึก QNAP TS-664-8G NAS 6-Bay พร้อม CPU Intel Celeron N5105/N5095, RAM 8GB และพอร์ต 2.5GbE สเปคคุ้มค่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและผู้ใช้งานขั้นสูง

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลคือสินทรัพย์ การมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูงจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจ SME และผู้ใช้งานระดับ Power User ที่ต้องการมากกว่าแค่การสำรองข้อมูลทั่วไป QNAP TS-664-8G คือหนึ่งในคำตอบที่น่าสนใจ ด้วยการออกแบบมาให้เป็น NAS แบบ 6-Bay ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากซีพียู Intel Celeron เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อความเร็วสูง นี่คือโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับ NAS รุ่นนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อดูว่ามันจะตอบโจทย์ความต้องการด้าน IT Infrastructure ของคุณได้ดีเพียงใด

สินค้าที่เกี่ยวกับบทความนี้

ไม่พบข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลเชิงเทคนิค

CPUIntel Celeron N5105/N5095 (4-core/4-thread)
RAM8 GB DDR4 Onboard (ไม่สามารถเพิ่มได้)
Bay6 Bays สำหรับ HDD/SSD
พอร์ตเครือข่าย2 x 2.5GbE (RJ45)
การ์ดขยายรองรับการ์ดขยาย 10GbE ผ่านสล็อต PCIe
พอร์ต USB2 x USB Type-A (คาดว่าเป็น USB 3.2 Gen 2)

หัวใจหลักของ TS-664-8G คือซีพียู Intel Celeron N5105/N5095 ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ 4 คอร์ 4 เธรด ทำให้มันสามารถรับมือกับงานประมวลผลที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงได้ดีกว่า เช่น การรัน Virtual Machines ขนาดเล็ก, การทำ Containerization (Docker), การเข้ารหัส/ถอดรหัสไฟล์แบบเรียลไทม์ (Transcoding) และการให้บริการแอปพลิเคชันพร้อมกันหลายตัว นอกจากนี้ การมาพร้อมกับพอร์ต 2.5GbE ถึงสองพอร์ต ช่วยให้สามารถทำ Link Aggregation เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ในการเข้าถึงข้อมูลได้ถึง 5Gbps ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำงานร่วมกับ Workstation ที่รองรับความเร็วนี้

เหมาะกับใคร?

QNAP TS-664-8G ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นในการขยายตัว และราคาที่คุ้มค่า สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ที่กำลังมองหาระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนกลาง (Centralized Storage) ที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น งานออกแบบ กราฟิก หรือวิดีโอเบื้องต้น นี่คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำ File Server หรือ Backup Server ที่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้งานระดับ Power User หรือ Home Lab Enthusiast ที่ต้องการรันบริการหลายอย่างพร้อมกันบน NAS เช่น Plex Media Server, Home Assistant, หรือ Web Server ฟีเจอร์การรองรับการ์ดขยาย 10GbE ก็ถือเป็น 'Future-Proof' ที่ทำให้ระบบของคุณพร้อมสำหรับการอัปเกรดในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

จุดที่น่าสนใจ & สิ่งที่ควรรู้

อะไรที่ว่าเวิร์ก

  • ประสิทธิภาพ CPU Intel Celeron N5105/N5095 ดีกว่ารุ่นเก่ามาก ทำให้รองรับการประมวลผลหลายอย่างได้ดีขึ้น
  • มีพอร์ต 2.5GbE มาให้ถึง 2 พอร์ต ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสำหรับเครือข่ายสมัยใหม่
  • รองรับการอัปเกรดความเร็วเครือข่ายเป็น 10GbE ผ่านสล็อต PCIe เพิ่มความยืดหยุ่น
  • จำนวน 6-Bay ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มากพอสมควรสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและสำรองข้อมูลระดับองค์กร
  • การรองรับ Hardware Transcoding (ถ้า CPU รุ่นนี้รองรับ) เป็นประโยชน์ต่อการสตรีมมีเดีย

จุดที่อยากให้รู้ไว้ก่อน

  • RAM 8GB เป็นแบบ Onboard และไม่สามารถเพิ่มได้ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดหากต้องการรัน VM หรือ Container จำนวนมาก
  • ยังคงเป็นซีพียูระดับ Entry-Level เมื่อเทียบกับรุ่นที่ใช้ Intel Core i-Series
  • ต้องซื้อการ์ดขยาย 10GbE แยกต่างหากหากต้องการความเร็วสูงสุด

เปรียบเทียบกับรุ่นอื่น

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นน้องอย่าง TS-464 (4-Bay) หรือรุ่นก่อนหน้าที่ใช้ซีพียู Intel J-Series, TS-664-8G โดดเด่นกว่าในด้านพลังการประมวลผลและการเชื่อมต่อที่เหนือกว่า ด้วย CPU ที่ทรงพลังกว่า ทำให้สามารถจัดการกับเวิร์กโหลดที่หนักหน่วงได้ดีกว่า นอกจากนี้ พอร์ต 2.5GbE สองพอร์ตยังเหนือกว่ารุ่นพื้นฐานที่มีเพียง 1GbE ส่วนเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ที่ใช้ Core i3 การประหยัดพลังงานของ N5105/N5095 อาจเป็นข้อดีกว่า แม้ว่าประสิทธิภาพดิบจะต่ำกว่าก็ตาม แต่สำหรับราคาและกลุ่มเป้าหมาย SME จุดแข็งของ TS-664-8G คือการเป็น NAS ที่มี 'ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ' ในแพ็คเกจ 6-Bay ที่ลงตัว

สรุปและคำแนะนำ

QNAP TS-664-8G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหา NAS ระดับกลางที่ครบเครื่อง มันนำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสล็อตจัดเก็บข้อมูลที่เพียงพอ (6-Bay) พลังประมวลผลที่เพียงพอต่อการใช้งานแอปพลิเคชันยุคใหม่ และความเร็วในการเชื่อมต่อที่ก้าวล้ำด้วย 2.5GbE แม้ว่าข้อจำกัดเรื่อง RAM ที่เพิ่มไม่ได้จะเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา แต่สำหรับ SME ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับองค์กรเบื้องต้นโดยไม่ต้องการลงทุนสูงกับ Core i-Series นี่คือ 'Workhorse' ที่เชื่อถือได้และพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคตผ่านการอัปเกรด 10GbE ได้อย่างลงตัว

แชทผ่าน LINE
Line