
ไม่พบข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
| เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ | Razer? HyperSpeed Wireless (2.4GHz) และ Bluetooth 5.2 |
| ไดรเวอร์เสียง | Razer? TriForce Titanium 50 มม. |
| การตัดเสียงรบกวน (ไมโครโฟน) | Razer? HyperClear (Dual AI Noise Cancelling) พร้อม USB-C Sound Card |
| น้ำหนัก | ประมาณ 262 กรัม (เบาเป็นพิเศษ) |
| แบตเตอรี่ (HyperSpeed) | สูงสุด 50 ชั่วโมง |
| แพลตฟอร์มที่รองรับ | PC, PlayStation (PS5/PS4), Nintendo Switch (ผ่าน Dock), อุปกรณ์มือถือ (ผ่าน Bluetooth) |
ประสิทธิภาพของ BlackShark V2 HyperSpeed นั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านความเร็วในการตอบสนอง ด้วยเทคโนโลยี Razer? HyperSpeed Wireless คุณจะได้รับประสบการณ์เสียงไร้สายที่แทบไม่แตกต่างจากการใช้สาย มีความหน่วงต่ำมาก (Ultra-low latency) ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเกมแนว FPS ที่ต้องการการรับรู้เสียงฝีเท้าหรือทิศทางของศัตรูอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ไดรเวอร์ TriForce Titanium 50 มม. ยังให้ความคมชัดของเสียงที่เหนือกว่า สามารถแยกเสียงเบส เสียงกลาง และเสียงแหลมได้อย่างชัดเจน ทำให้มิติเสียง (Sound Staging) มีความแม่นยำสูงสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือเรื่องน้ำหนักที่เบาเพียง 262 กรัม ทำให้สามารถสวมใส่ได้ยาวนานตลอดทัวร์นาเมนต์โดยไม่รู้สึกถึงแรงกดหรือความร้อนสะสมบริเวณศีรษะ ผสานกับไมโครโฟน HyperClear ที่ใช้ AI ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างชาญฉลาด ทำให้มั่นใจได้ว่าการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมจะคมชัดและไม่มีเสียงแทรกกวน
หูฟัง Razer BlackShark V2 HyperSpeed ถูกออกแบบมาเพื่อ 'นักกีฬา eSports' และเกมเมอร์ที่จริงจังเป็นหลัก กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้เล่นที่ต้องการศักยภาพสูงสุดในการแข่งขัน โดยเฉพาะในเกมที่ต้องอาศัยการฟังเสียงเป็นสำคัญ เช่น CS2, Valorant, Apex Legends หรือเกม MOBA ที่ต้องการการสื่อสารที่ชัดเจนกลุ่มที่สองคือเกมเมอร์ที่ให้ความสำคัญกับ 'ความสบายในการสวมใส่' เป็นอันดับแรก เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความเมื่อยล้าของคอจากการใส่หูฟังหนักๆ เป็นเวลานาน นอกจากนี้ ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง HyperSpeed และ Bluetooth จึงตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ต้องการหูฟังเดียวที่สามารถใช้งานได้ทั้งบน PC สำหรับการแข่งขัน และบนมือถือหรือคอนโซลสำหรับการเล่นแบบสบายๆ ได้อย่างลงตัว
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดหูฟัง eSports ระดับท็อป เช่น Logitech G Pro X Wireless หรือ SteelSeries Arctis Nova Pro Wireless, BlackShark V2 HyperSpeed โดดเด่นกว่าอย่างชัดเจนในด้าน 'น้ำหนัก' เนื่องจากรุ่นนี้เน้นการลดน้ำหนักลงมาให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความคล่องตัวสูงสุด ในขณะที่หูฟังบางรุ่นอาจให้ฟีเจอร์เสริมอย่าง ANC (Active Noise Cancellation) หรือการชาร์จแบบไร้สาย แต่ Razer เลือกที่จะเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ eSports คือ 'ความเร็ว' และ 'ความสบาย' ผ่าน HyperSpeed Wireless และดีไซน์ที่เบา ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ตรงเป้าหมายสำหรับนักกีฬาอาชีพมากกว่า
Razer BlackShark V2 HyperSpeed Wireless Ultra-Lightweight คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่จริงจังกับการแข่งขันและต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเล่นโดยไม่สร้างภาระใดๆ แม้จะมีราคาสูง แต่เทคโนโลยี HyperSpeed Wireless ที่เสถียรและน้ำหนักที่เบาจนเกือบจะลืมว่ากำลังสวมใส่อยู่ ทำให้มันเป็นหนึ่งในหูฟัง eSports ไร้สายที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน หากคุณกำลังมองหาความได้เปรียบในการแข่งขันที่มาพร้อมกับความสบายในการสวมใส่ที่ยาวนาน นี่คือหูฟังที่คุณไม่ควรมองข้ามครับ