
ไม่พบข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
| รุ่นสินค้า | WD RED SA500 (WDS500G1R0B) |
| ฟอร์มแฟกเตอร์ | M.2 2280 |
| ความจุ | 500GB |
| อินเทอร์เฟซ | SATA III (6Gb/s) |
| ความเร็วในการอ่าน (สูงสุด) | 560 MB/s |
| ความเร็วในการเขียน (สูงสุด) | 530 MB/s |
| การรับประกัน | 5 ปี |
แม้ว่า WD RED SA500 จะใช้มาตรฐาน SATA III ซึ่งมีความเร็วสูงสุดที่ 600MB/s แต่สิ่งที่โดดเด่นคือการปรับแต่งเฟิร์มแวร์ (Firmware) ให้เหมาะกับการโหลดงานที่ต้องอ่าน/เขียนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง (24/7) ของระบบ NAS ความเร็วในการอ่านสูงสุดที่ 560MB/s และการเขียนที่ 530MB/s ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากสำหรับ SSD แบบ SATA ซึ่งเพียงพอต่อการใช้เป็นไดรฟ์แคช (Cache Drive) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของระบบ NAS ในการจัดการกับไฟล์ขนาดเล็ก หรือใช้เป็นไดรฟ์สำหรับระบบปฏิบัติการ (OS Drive) ภายใน NAS ได้อย่างเสถียรและรวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนทั่วไปมาก
ต้องบอกเลยว่า WD RED SA500 500GB ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น SSD สำหรับเล่นเกมหรือใช้งานบนเดสก์ท็อปทั่วไปเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้งานที่กำลังมองหาโซลูชั่นจัดเก็บข้อมูลที่มีความทนทานและเสถียรภาพสูงสำหรับระบบ NAS โดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของ NAS ส่วนตัวที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น หรือผู้ใช้งานระดับโฮมออฟฟิศที่ต้องการการรับประกันว่า SSD จะสามารถทำงานได้ยาวนานภายใต้ภาระงานที่หนักหน่วงตลอดวันตลอดคืน ไดรฟ์ตระกูล WD RED นี้จึงถูกจูนมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นโดยเฉพาะ ด้วยความน่าเชื่อถือที่มาจากแบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์และ SSD ชั้นนำอย่าง Western Digital
เมื่อเทียบกับ SSD SATA ทั่วไปอย่าง WD Blue หรือ Samsung 870 EVO ซึ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล WD RED SA500 มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Firmware Optimization ในขณะที่ SSD ทั่วไปอาจมีประสิทธิภาพตกเมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน (Sustained Write Performance) WD RED SA500 ถูกปรับแต่งมาเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงที่ภายใต้ภาระงานของ RAID หรือ Workload แบบ Random Read/Write บน NAS นอกจากนี้ การรับประกัน 5 ปีก็เป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า SSD SATA ระดับเริ่มต้นหลายรุ่นในตลาด
WD RED SA500 500GB M.2 SATA เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดประสิทธิภาพของระบบ NAS โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้ NAS เป็นศูนย์กลางข้อมูลที่ต้องมีการเข้าถึงอยู่เสมอ ความเร็ว 560/530MB/s ที่มาพร้อมกับความทนทานระดับ NAS และการรับประกัน 5 ปี ทำให้มันเป็นมากกว่าแค่ SSD ทั่วไป หากคุณกำลังมองหา SSD เพื่อเป็นไดรฟ์บูตระบบปฏิบัติการ NAS หรือใช้เป็น Cache Drive เพื่อรีดประสิทธิภาพจาก HDD ให้สูงสุด ไดรฟ์รุ่นนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ความสบายใจในระยะยาวครับ